รู้จักกับประเภทของ Tech Startup กัน

Tech Startup หรือ Technology Startup เป็นคำที่สถานศึกษาและผู้ประกอบการทาง IT ยุคใหม่ นิยมใช้กันมากขึ้น ซึ่งความหมายจริง ๆของคำว่า Tech Startup มาจากคำว่า Startup ไปรวมกับ Technology หมายถึงธุรกิจ Startup ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน โดยถ้าเข้าใจความหมายของคำว่า Startup ก็สามารถทำความเข้าใจนิยามของ Tech Startup ได้ไม่ยาก

ถ้ามองดูประเทศไทยจะพบว่า มีงานที่จัดให้ นักธุรกิจแนวคิดใหม่ๆได้ออกมาประลองฝีมือกันอยู่เสมอ และมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงกลุ่มของ VC (Venture Capital หรือธุรกิจร่วมลงทุน) และ Angel Investors เอง ก็เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นตัวบอกได้ว่า กระแสของ Tech Startup ในประเทศไทยกำลัง Startup เช่นกัน

(Picture credit from “Startup Thailand“)

เมื่อวันที่ 28 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2559 ทางรัฐบาลไทยได้จัดงาน Startup Thailand 2016 ขึ้น ทำให้เราเห็นภาพมากขึ้นว่า แนวทางของ Tech Startup ในประเทศไทยเป็นไปในทางไหน ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงกระตุ้นสำคัญของการขับเคลื่อนเศรฐกิจของประเทศไทย โดยมีผู้ประกอบการณ์ธุรกิจสตาร์ทอัพทั้งภาครัฐและเอกชน มากกว่า 200 บูธ เข้ามาร่วมงาน โดยทาง Startup Thailand ได้แบ่งกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพตามประเภทของอุตสาหกรรมเป็น 8 ประเภท

  1. ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการเกษตรและอาหาร (AgriTech & FoodTech) : เป็นกลุ่มที่นำเอาเทคโนโนโลยีเข้ามาพัฒนางานทางด้านการเกษตรและอาหาร และจะรวมไปถึงการขนส่งหรือจัดเก็บอาหารด้วยก็ได้เช่นกัน โดยต้องมีการนำเององค์ความรู้และเทคโนโลยีด้าน Logistics เข้ามาช่วยในการจัดการด้วย เช่น Freshket, EatRanger เป็นต้น
  2. ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรม 4.0 และอุตสาหกรรมสะอาด (Industry 4.0 & CleanTech): เป็นกลุ่มที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับการจัดการอุตสาหกรรม และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยการลดมลพิษ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างมีผลต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมได้อย่างมาก เนื่องด้วยกฏหมาย และการรับรองมาตรฐานของอุตสาหกรรม
  3. ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการศึกษาและการสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ (EdTech & GovTech) : เป็นกลุ่มที่ปรับปรุงและพัฒนากระบวนการการศึกษา ให้ในอยู่ในรูปแบบใหม่ๆ โดยอาจจะเน้นในเรื่องของการให้ความรู้เฉพาะทาง หรือปรับรูปแบบการให้บริการ เช่น Skillane , CourseSquare หรือ Taamkru เป็นต้น
  4. ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านอสังหาริมทรัพย์ (PropertyTech) : เป็นกลุ่มที่ให้บริการทางอสังหาริมทรัพย์ และรวมไปถึงให้ความรู้กับผู้ที่เข้าชมได้เช่น Baania
  5. ธุรกิจสตาร์ทอัพที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งด้านบริการส่วนบุคคล การท่องเที่ยว และความบันเทิง(Lifestyle : Personal service, TravelTech & Entertainment) : เป็นกลุ่มยอดนิยมของนักพัฒนา ทั้งในประเทศไทยและในระดับโลกเช่นกัน โดยมุ่งไปที่การยกระดับคุณภาพชีวิตในการใช้ชีวิตประจำวัน ให้ทันสมัย หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นในหลายๆเรื่อง ซึ่งสามารถแยกย่อยไปได้อีกมาก ต้วอย่างของ TravelTech & Entertainment เช่น LocalAlike, ZipEvent, Golfdigg เป็นต้น
  6. ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการเข้าถึงสินค้า (E-Commerce & Logistics) : เป็นกลุ่มที่เน้นในเรื่องของการขายสินค้า รวมไปถึงเป็นตัวกลางจัดจำหน่ายสินค้า หรือให้บริการขนส่งสินค้า เช่น Shopee, EatRanger, Giztix เป็นต้น
  7. ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการเงิน (FinTech) และด้านการให้บริการสำหรับธุรกิจ (Service Enhancement) : เป็นกลุ่มที่กำลังมาแรงในบ้านเรา โดยให้บริการทางการเงิน การลงทุน การจัดการการเงิน เช่น Jitta, Refinn, StockRadars, Omise, FlowAccount เป็นต้น
  8. ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านสุขภาพ (HealthTech) : เป็นกลุ่มที่เน้นเรื่อง ยกระดับสุขภาพ เช่นผู้ผลิต Smartwatch เจ้าต่าง ๆ ที่ สามารถวัดค่าภายในร่างกายได้

ซึ่ง 8 ประเภทการแบ่งกลุ่มจะครอบคลุมตามนโยบายของภาครัฐที่ใช้ในการขับเคลื่อนประเทศไทย ทั้งนี้อยู่ที่ผู้เริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพ แล้วว่าต้องการเข้าไปลุยในตลาดไหน แต่จากการที่วิเคราะห์ดูพบว่า เกือบทุก ๆ ธุรกิจสตาร์ทอัพ ล้วนใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น

นอกจากประเภทที่ได้กล่าวมาแล้ว หัวใจของการพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพ คือ การเข้าใจ Insight ของผู้ใช้งาน ถ้าเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก็จะสามารถ สร้างผลิตภัณฑ์ที่ “ตอบโจทย์” ความต้องการที่แท้จริงได้

ดร.วศิน ตรีสินธุรส
contact me
เนื้อหาดีแบ่งปันให้เพื่อนดู
  • 8
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •